TiiT's profileT_sTPhotosBlogListsMore ![]() | Help |
|
|
T_sTHere am I ! December 21 ยืดเยื้อวา..โฮ..
เธอบอกว่าถึงเวลาต้องทบทวน เธอบอกว่าสองเราควรห่างกันสักพัก เธอบอกว่าให้โอกาสได้คบใครเขาบ้าง เรายังจะรักกันอยู่รึเปล่า *ก่อนนี้ที่คิดว่าผูกพัน อยากรู้ให้มันแน่ใจ ว่ารักลึกซึ้งสักแค่ไหน ถ้าไม่เจอกัน ถ้าเราแยกทางกันไป **จะหว่านล้อมจะอ้อมค้อมกัน ให้มันยืดเยื้อทำไม เมื่อสุดท้ายความหมาย ก็คือให้เราจบกัน เมื่อสิ่งที่เธอพูดมายืดยาว สุดท้ายแค่เพียงสั้นๆ ไม่มีอะไรแค่เธอจะไปสักที เธอบอกว่าคบกันมาก็เนิ่นนาน เธอบอกว่ารักเรามันอิ่มตัวเกินไป เธอบอกว่าให้โอกาสถ้าคิดจะเริ่มใหม่ เรายังจะต้องการกันอยู่รึเปล่า *,** นา...โว.... ** ไม่มีอะไรแค่ใจเธอมันไม่มี ยืดเยื้อทำไมแค่เธอจะไปสักที ยืดเยื้อ - ปนัดดา เรืองวุฒิ June 21 วันเกิดผมถ้าไม่นับการที่แม่ของผมอุ้มท้องผมมาเก้าเดือนเต็ม และการให้กำเนิดผมออกมาในวันที่ 6 มิถุนายน พ.ศ.2528แล้ว
23 ปีต่อมา 6 มิถุนายน พ.ศ. 2551 ผมได้รับของขวัญที่มีค่าที่สุดอีชิ้นนึง
ของขวัญที่ผมเคยทำหายไปโดยตั้งใจ....กลับคืนมา
หากย้อนไปเมื่อปลายปีที่แล้ว 17 ธันวาคม พ.ศ.2550 ด้วยความไม่เข้าใจ น้อยใจ เข้าใจผิด ผิดใจ ทิฐิ โทสะ หรืออะไรก็แล้วแต่ มันทำให้ผมสูญเสียเพื่อนที่ผมสนิทที่สุดคนหนึ่งไปจากชีวิต
ยอมรับว่า ตั้งแต่วันนั้น ชีวิตผมดูจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป จะมีความสุข จะหัวเราะ หรือจะยิ้มร่าเริง ก็ดูจะไม่สามารถทำได้เต็มที่เหมือนเมื่อก่อน มันเหมือนมีหมอกหรือกำแพงบางอย่าง ให้ผมไม่สามารถแสดงมันออกมาได้ หลายครั้งที่อาจเรียกได้ว่า "แสร้งทำ"
ในทางกลับกัน ชีวิตดูเหมือนจะจับเจ่าอยู่แต่ความทุกข์ มันอาจจะไม่ถึงกับสาหัส แต่เชื่อเถอะ ว่าอารมณ์ทึม ๆ จะเกิดขึ้นกับผมอย่างนี้ทุกวัน เวลาล่วงเลยไป จากวันเป็นสัปดาห์ เป็นเดือน จนกระทั่งเป็นปี....
1 ปี 4 เดือน กับอีก 20 วัน หรือห้าร้อยกว่าวัน ที่เราไม่เคยคุยกัน
แต่ผมเชื่อว่า ทุกครั้งที่เรา"ต้อง"เจอกัน มันจะมีอาการจุก แน่น อึดอัด อย่างที่ใครไม่เคยเป็นจะไม่มีทางรู้ได้เลยว่า มันทรมานขนาดไหน แต่วันนี้ ไอ้ก้อนแห่งความทุกข์ ขยะแห่งทิฐิของผมมันได้ถูกชะล้างออกไปแล้ว ตั้งแต่ที่ผมตัดสินใจกดส่งข้อความไปหาเพื่อนคนนั้น
ข้อความสั้น ๆ ที่อาจไม่สามารถบอกเล่าเรื่องราว ความรู้สึกตลอดห้าร้อยกว่าวันได้ "วันเกิดปีนี้ กูอยากได้เพื่อนสนิทที่สุดของกูคืน ให้กูได้ไหม"
ประโยคสั้น ๆ แต่อานุภาพของมันมากมายเหลือเกิน เหมือนภูเขาแห่งการถือมั่น กำแพงแห่งความเจ็บใจ ทะเลแห่งความน้อยเนื้อต่ำใจ ได้ระเหิดระเหยไปหมดสิ้น
ผมไม่หวังว่าผลตอบรับจะเป็นอย่างไรแล้ว เพราะแค่ผมกด Send ก็เหมือนจะรู้ดีว่าทุกอย่างที่ตามมา จะมีแต่สิ่งดี ๆ
เพราะผมเชื่อมั่นว่าเพื่อนผมคนนี้ จะไม่มีวันลืมผม เหมือนที่ผมไม่มีวันลืมมัน
ขอบคุณ ที่ทำให้กูกลับมามีความสุข ยิ้ม หัวเราะ ได้อย่างเต็มที่เสียที
ขอบคุณ...และรักมึงนะ
อีพีช
January 31 ความสุข ตอนเด็ก มองไปทางไหนก็เจอมันได้ง่าย ๆ สุค สุจ สุก สุค สุค สุก สุจ สุก สุค สุจ ศุค ศุก ศุข ศุก สุค สุค ศุจ ศุจ ศุก สุก สุค สุจ สุก สุค สุค สุก สุข สุก สุค สุจ ศุค ศุก ศุข ศุก สุค ศุก ศุจ ศุจ ศุก สุก สุค สุจ สุก สุค สุค สุก สุข สุก สุค สุจ ศุค ศุก ศุข ศุก สุค สุข ศุจ ศุจ ศุก สุก สุค สุจ สุก สุค สุค สุก สุข สุก สุค สุจ ศุค ศุก ศุข ศุก สุค สุค ศุจ ศุจ ศุก สุก สุค สุจ สุก สุค สุค สุก สุข สุก สุค สุจ ศุค ศุก ศุข ศุก สุค สุจ ศุจ ศุจ ศุก สุก สุค สุจ สุก สุค สุค สุก สุข สุก สุค สุจ ศุค ศุก ศุข ศุก สุค สุค ศุจ ศุจ ศุก สุก สุค สุจ สุก สุค สุค สุก สุข สุก สุค สุจ ศุค ศุก ศุข ศุก สุค ศุก ศุจ ศุจ ศุก สุก สุค สุจ สุก สุค สุค สุก สุข สุก สุค สุจ ศุค ศุก ศุข ศุก สุค สุข ศุจ ศุจ ศุก สุก สุค สุจ สุก สุค สุค สุก สุข สุก สุค สุจ ศุค ศุก ศุข ศุก สุค สุข ศุจ ศุจ ศุก สุก แต่ทำไมพอเราโตขึ้น ถึงหามันแทบไม่เจอ หรือเราสร้างเงื่อนไขบางอย่างขึ้นมา ว่ามัน มันต้องเป็น "สุข" เท่านั้น November 05 Nitade Chula reunionOctober 25 สวัสดีคะจิดหงุดเงี้ยวโว้ยยยยยยยย......
ไม่เกี่ยวกับจู๋ หรือ จิ๋ม ใด ๆ ทั้งสิ้น
มันเป็นเรื่องที่อัดอั้น ตัดใจ มานานมาก แต่ไม่ว่างมาระบาย ปลดปล่อย
จึงต้องขอจัดเพรสคอนเฟอเร้นส์ ณ บัดนี้
มันไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ ไม่ใช่เรื่องขำ ๆ หรือควรจะตกให้พร่องไปตามวันและเวลา แต่มันคือ วาระแห่งชาติ มันคือจุดกำหนัด เอ๊ย กำหนดสภาวะการของบ้านนี้เมืองนี้ในอนาคต
เรื่องที่ข้าพเจ้าหงุดหงิด รำคาญนัยย์ตาเหลือเกิน
เรื่องแรก
ภาษาไทย กำลังวิบัติ มันคือเรื่องจริง
ข้าพเจ้าไม่ใช่อนุรักษ์นิยมใด ๆ ทั้งสิ้น เพียงแต่เห็นว่าอะไรดี ก็เห็นดีด้วย รับของเค้ามา ถ้ามันประยุกต์กับเหง้าเรา ๆ ได้ ก็คงจะดีไม่น้อย แต่ไอ้อะไรที่มันแย่ ๆ เป็นปฏิกูลทางวัฒนธรรม ซึ่งคิดว่าคนส่วนใหญ่ โดยเฉพาะผู้ใหญ่ไทยหัวใจเปิดกว้าง คงจะรู้ซึ้งและเข้าใด้ดี ว่ามันควร เหมาะสมหรือไม่ กับรากของพวกเรา (นี่กูประชด เผื่อคนไม่รู้)
ข้าพเจ้าไม่ยี่หระเท่าไหร่ กับอีพวกคำ แอ๊บแบ๊ว แอ๊บแมน หรือย้อนไปถึงสมัยคำว่า จ๊าบ ยังแปลว่า Cool !
เพราะอย่างน้อย คำเหล่านั้น มันก็ยังเขียน และออกเสียงได้อย่างถูกต้อง สง่างาม
แต่ในทางกลับกัน คำที่เรา ๆ ลูกผู้ดีหี เอ๊ย ตีนแดง ยันลูกไพร่ ลูกทาส ใช้กันบ่อยที่สุดคำหนึ่ง ในชีวิตเรา ก็คือคำว่า "ค่ะ" และ "คะ"
"สวัสดีคะ" มันออกเสียงอย่างไร? ค่ะ หรือว่า คะ ?????
เห็นมาตลอดเลย ทุก ๆ ครั้ง
ทักทายก็พิมพ์ว่า สวัสดีคะ, เป็นไงมั่งค่ะ , รักนะค่ะ, คิดถึงคะ
มันสลับไปหมดแล้วอ่ะ
เมื่อก่อนอาจจะเห็นแค่ตามโลกอินเตอร์เน็ต ก็หยวน ๆ แต่เดี๋ยวนี่ ไปดูในแมกกาซีนดิ สลับสับเปลี่ยนกันให้เกร่อหมด?
คอควาย เป็นพยัญชนะเสียงต่ำ จำได้ใช่ป่ะ เรียนมาตั้งแต่ป.สี่
เสียงต่ำ มันมีวรรณยุกต์ได้แค่ เสียงสามัญ , ไม้เอก (แต่เสียงโท) , และไม้โท (เสียงตรี) จำกันได้ใช่ป่ะ ???? กูว่าลืมกันหมดแล้วแหง
เช่น คำว่า มา ม่า(มีตัวไม้เอก แต่ออกเสียง หม้า) ม้า(มีตัวไม้โท แต่ออกเสียง ม้า เออ ม๊า นั่นแหล่ะ)
ดังนั้น ที่ถูกต้อง
มันต้องพิมพ์ว่า สวัสดีค่ะ , สบายดีไหมคะ , รักนะคะ , คิดถึงจังค่ะ(ขะ)
เราก็ไม่ใช่คนเก่งภาษา หรือ เป็นพิสูจน์อักษรอะไรหรอกนะ ก็ใช้คำผิด ๆ ตั้งหลายครั้งหลายครา
แต่ที่ตกใจว่าทำไมถึงใช้คำเหล่านี้กันผิด ๆ ทั้ง ๆ ที่มันไม่ใช่คำที่ยากเหี้ยห่าไรเลย มันคือคำที่เราแทบจะรู้จักเป็นคำแรก ๆ ในชีวิตด้วยซ้ำ
แล้วทำไมพอตอนเขียน ดันเขียนกันผิดไปหมดล่ะทีนี้?
หรือมันต้องปฏิรูปการศึกษากันอีกแล้วใช่ไหม พวกเราถึงจะใช้ภาษาไทยกันอย่างถูกต้อง
ทีอย่างนี้กองอำนวยการระวังทางวัฒนธรรมทำไม่มีระแวงระวังกันบ้าง (กูขอปรามาสว่า ผู้มีตำแหน่งบางท่านยังใช้คำเหล่านี้สลับกันเลยด้วยซ้ำ)
มัวแต่ระวังว่าเด็กไทยจะมัวไปแอ๊บแบ๊วโดยมีนิโคล บอลลูน จะเป็นตัวอย่างที่ไม่ดีแก่เยาวชน
อย่างที่มิสทีนตีนชมพูทั้งหลายตอบคำถามแก่ท่านคณะกรรมการว่า "มันไม่ดีนะคะ ภาษาของไทยเราเป็นภาษาที่"โอ"อยู่แล้ว"
เวรกรรม...กรรมการก็ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ ปลาบปลื้มว่าอีนี่ตอบโดนใจเว้ย นางงามรักวัฒนธรรมไทย ฮ่วย
โอย เด็กมันจะแอ๊บแบ๊ว แอ๊บแมน แอ๊บห่าไรก็เรื่องของมันเหอะ ทำ ๆ ไปเดี๋ยวมันก็เบื่อ โพสต์กล้องถ่ายรูปอีกหน่อยลูกกะตามันก็ถลนออกมาเองแหล่ะ
ไม่ต้องไปกลัวกระแส เคป๊อบ เคร๊อค เคด่วยไรเลย มันก็เป็นกระแส
ไม่คิดบ้างเหรอว่า ทำไมต่างชาติถึงเข้ามาบทบาทในชีวิตเราได้มากขนาดนี้
ทำไมไม่ลองย้อนกลับไปหารากเหง้าของเรา ๆ ท่าน ๆ กันดูบ้าง ว่ามีอะไรที่เป็นสิ่งที่ดี ที่ควรนำมาเชิดหน้าชูตา
ทำไมเราไม่เอาสิ่ง ๆดี เจ๋ง ๆ ที่พี่ไทยเรามี เอาออกไปสู้กับญี่ปุ่น เกาหลี ฮ่องกงเค้าบ้างล่ะครับ
หรือคิดแค่ว่า เรื่องศิลปะ บันเทิง มันเป็นแค่เครื่องผ่อนคลายอารมณ์ มีแต่คนหัวสูงที่เค้าเสพกัน ลูกตาสีตาสาเค้าไม่สนกันร้อก วัน ๆ เค้า(หมายรวมถึงข้าพเจ้าด้วย)ดูแต่หม่ำเท่งโหน่ง ฟังแต่มิล่า ขนมจีน
ไม่มีค่าพอที่จะเอาวัฒนธรรมดี ๆ ของเราออกไปแข่งกับใครเขา
แต่ก่อนจะแปลสารเราผิด แล้วรีบไปสร้างจุตคามที่ใหญ่ที่สุดในโลก หรือ ธูปที่ยาวที่สุดในโลก แล้วล่ะก็
ขอกราบวิงวอนให้ท่าน ใช้ภาษาพ่อ ภาษาแม่ อย่างน้อย ก็พิมพ์ให้มันถูก ๆ หน่อยเถอะนะครับ
สวัสดีคะ (ส้นตีนสิ สวัสดีค่ะ โว้ย)
ปุณณวิชญ์ ศิษย์อาจารย์ปลิงลิ http://tist.funtest.biz/ ลองทำกันดู อิ๊ ๆ
|
||||
|
|